การทำขนมกระตุ้นการพัฒนาทักษะทางภาษาและการอ่านเขียนได้อย่างไร:

การทำขนมเป็นการพัฒนาทักษะหลายๆด้าน ทั้งการสื่อสาร การใช้คำศัพท์ใหม่ๆ การทำตามสูตรอย่างเป็นขั้นตอน (Sequencing) การพัฒนากระตุ้นประสาทสัมผัส (multisensory) การฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก (fine motor) และกล้ามเนื้อมัดใหญ่เวลาที่คนหรือนวดส่วนผสม นอกจากนี้เด็กๆยังได้เรียนรู้คณิตศาสตร์อึกด้วยค่ะ

1. คำศัพท์เกี่ยวกับส่วนผสม: ขนมปังกรอบ เนย ไข่ไก่

 

2. คำศัพท์หลัก (Core vocabulary): ต้องการ เอา ใส่ เท (pour) คน (stir) ชั่ง ตัก ตัด กิน อร่อย หวาน เค็ม จืด

 

3. คำศัพท์เกี่ยวกับประสาทสัมผัส: นิ่ม แข็ง ผงละเอียด เหนียว กรอบ แห้ง เปียก หอม เหม็น ไม่มีกลิ่น หวาน เค็ม แป้ง

4. คณิตศาสตร์: ตวง ชั่ง ครึ่ง (ช้อน) ช้อนโต๊ะ ช้อนชา 1 ถ้วย 3/4

 

 

การที่เด็กๆจะเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด คุณพ่อคุณแม่ช่วยได้โดยการวางแผนคำศัพท์ที่จะสอน และขั้นตอนไว้ให้นะคะ การใช้บัตรคำเพื่อระบุชื่อของสิ่งของ (noun) การกระทำ (verb) ก็จะช่วยเรื่องการอ่าน และความหมายของตัวอักษร

เมื่อทำเสร็จแล้วก็มาคุยกันว่าเราทำขนมเค้กต้องใช้อะไรบ้าง ทำอย่างไร ลำดับก่อนหลัง ก็จะช่วยพัฒนาการใช้ภาษานะคะ

การที่จะให้เด็กๆเขียน เราควรมีสิ่งจูงใจ เช่น เรามาเขียนสูตรและวิธีทำเค้กแบบนี้ไปให้เพื่อนของหนูหัดทำดีไหม หรือลองมาดูว่าเราต้องไปซื้อส่วนผสมอะไรมาเติมบ้าง แล้วให้น้องๆเขียนรายการเพื่อไปหาซื้อกัน จะทำให้การฝึกเขียนเป็นเรื่องที่ไม่น่าเบื่อค่ะ

ลองมาดูกันนะคะว่าจากวีดีโอนี้ เราจะเลือกคำศัพท์อะไรมาสอนเด็กๆได้บ้าง สนุกกับการเรียนรู้นะคะ

รูปภาพเครดิต: Proloquo2Go Application
https://m.youtube.com/watch?v=lRHtLhI6-mY

ไอแพดและเทคโนโลยี ศัตรูตัวฉกาจหรือมิตรแท้ที่ช่วยส่งเสริมการเรียนรู้

ผู้เขียน: นิษฐา อึ้งสุประเสริฐ, Certified Practising Speech Pathologist, 
       MSPA

ในยุคปัจจุบันเราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเด็กยุคใหม่เกิดมาพร้อมกับเทคโนโลยี เด็กยุคนี้แทบจะทุกคนเรียกได้ว่าเป็น Digital Natives เด็กๆจะใช้ไอแพดและเทคโนโลยีได้เลยโดยแทบจะไม่ต้องมีผู้ใหญ่สอน ผิดกับคนยุคเก่าที่เราเรียกว่า Digital Immigrants ผู้ที่ต้องหัดและเริ่มใช้เทคโนโลยี

ในขณะที่เรากล่าวโทษเทคโนโลยีว่าเป็นศัตรูตัวร้าย ทำให้เด็กมีภาวะสมาธิสั้น ก้าวร้าว ติดเกมส์ มีปัญหาทางพฤติกรรม พูดช้า แม้กระทั่ง”ติดไอแพดจนเป็นออทิซึม” อย่างที่คุณหมอ คุณครูและนักบำบัดบางท่านกล่าว

การกล่าวโทษเหล่านี้เป็นจริงหรือไม่ แล้วแต่กรณีเลยค่ะ ถ้าผู้ใหญ่ให้ไอแพดเด็กไปเล่น เพื่อให้เขาอยู่เฉยๆ ไม่ต้องซนหรือมารบกวนเรา นี่แหละค่ะตัวอันตราย แต่ในทางกลับกัน ไอแพดส่งเสริมการเรียนรู้ได้อย่างไร บางท่านอาจสงสัย ในการทำงานกับเด็กบางคนที่บางทีการให้ดูและฝึกพูดจากบัตรคำ อ่านจากกระดาษ เป็นสิ่งที่น่าเบื่อมากสำหรับเขา Speech Pathologists หลายๆคนที่เชี่ยวชาญด้านการใช้เทคโนโลยีเสริมเพื่อการเรียนรู้จะสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มแรงจูงใจในการกระตุ้นการสื่อสาร ซึ่งผลสุดท้ายที่เราทุกคนมุ่งหวังคือ การ”พูดได้” หรือ สื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพของเด็กๆที่เราทำงานด้วย

 

เมื่อใช้เทคโนโลยีให้ถูกทาง ไอแพดและ tablets สามารถ:

1. ใช้เป็นเครื่องมีอสื่อสารและพัฒนาทักษะทางภาษา:

  • พัฒนาความเข้าใจและการใช้ภาษา
  • ใช้เป็นการสื่อสารทางเลือก (พูดแทน)
  • ช่วยให้เด็กๆมองเห็นภาพว่าจะต้องออกเสียง เช่น “ส” หรือ “ก” ที่ถูกต้องจะต้องทำลักษณะปากและตำแหน่งของลิ้นอยู่ที่ไหน
  • ช่วยพัฒนาคำศัพท์
  • ทำให้เข้าใจบุพบท (preposition) ได้อย่างง่ายดาย
  • ในเด็กที่มีภาวะออทิซึม ยังมีแอพพลิเคชันที่ช่วยส่งเสริมบทสนทนากับผู้อื่นด้วยค่ะ

 

                             

Proloquo2Go                                         Speech Sounds on Cue for iPad

2. ใช้เพื่อเพิ่มความเข้าใจและเรียนรู้ตามหลักสูตรการเรียน:

  • เรียนรู้โฟนิกส์ เสียงของตัวอักษร (Phonics)
  • สอนการเรียงลำดับก่อนหลัง (Sequencing Skills)
  • เด็กๆสามารถสร้างนิทาน หรือถ่ายภาพมาเพื่อเล่าเรื่องราวในชีวิตประจำวัน
  • ใช้เป็นโซเชียลสตอรี่ (Social Stories)
  • ใช้เป็นตารางภาพเพื่อพัฒนาทักษะในชีวิตประจำวัน เช่น แปรงฟัน ทำกับข้าวง่ายๆ

 

             

Pictello

3. ใช้เพื่อพัฒนาทักษะในการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น การใช้วีดีโอเพื่อสอนทักษะการเล่น การสนทนาและพัฒนาความสัมพันธ์ ใช้วีดีโอเพื่อสอนพฤติกรรมที่พึงประสงค์ได้มีการวิจัยแล้วว่าได้ผลดีกับเด็กที่มีภาวะออทิซึมและเด็กที่มีความต้องการพิเศษ
                             
                             iMovie

Speech Pathologist เลือกแอพพลิเคชั่นอย่างไร

ง่ายๆเลยค่ะ ถ้าใช้แล้วเด็กไม่พูดหรือไม่มีปฏิสัมพันธ์ตอบโต้เพราะบางแอพพลิเคชั่นก็มีคุณสมบัติต่างๆที่เด็กๆสามารถกดใช้และตัวแอพเองก็ตอบสนองต่อการกดหรือเล่นในแอพนั้นๆ โดยที่เด็กไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์ไม่ต้องพูดอธิบายอะไร ก็ลบทิ้งได้เลย (ถ้าเป็นแอพฟรีนะคะ) แต่โดยมาก ก่อนที่จะนำแอพพลิเคชั่นมาใช้ในชั่วโมง Speech Therapy เพื่อกระตุ้นการสื่อสารและฝึกพูด เราจะต้องมีจุดมุ่งหมาย คำศัพท์ และทักษะในการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นที่กำหนดไว้เพื่อพัฒนารายบุคคลอยู่แล้วค่ะ

สิ่งที่สำคัญที่สุด คือการใช้ไอแพดเพื่อการเรียนรู้ต้องมีคุณพ่อคุณแม่ดูแลและสอน ​อย่างใกล้ชิดนะคะ คุณพ่อคุณแม่อาจจะเหนื่อยกว่าการพาน้องๆไปเล่นข้างนอก ขี่จักรยาน หรือทำกิจกรรมร่วมกันด้วยซ้ำไปค่ะ
ICT = IT CAN’T TEACH

การใช้เวลาหน้าจอไม่เกิน 1 ชมในเด็กเล็ก และ ไม่เกิน 2 ชม ในเด็กโตก็เป็นสิ่งสำคัญค่ะ การใช้เทคโนโลยีเพื่อลดพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ หรือใช้เพื่อให้เด็กๆไม่เบื่อเพราะคิดว่าเราใส่แอพพลิเคชั่นเพื่อการศึกษาไปแล้วโดยไม่มีการควบคุมอย่างใกล้ชิด วิธีการแบบนี้จะทำให้เทคโนโลยีเป็นศัตรูที่ร้ายกาจได้ค่ะ มาใช้เทคโนโลยีให้ถูกต้องกันนะคะ

“หมดสมัยแล้วกับการ “เล่น” ไอแพดค่ะ”

 

วิธีง่ายๆในการจำกัดเวลาการใช้ไอแพดที่ผู้ปกครองต้องทราบ

โดย: นิษฐา อึ้งสุประเสริฐ, Certified Practising Speech Pathologist, 
     MSPA

 

ผู้ปกครองแทบทุกคนคงจะเคยเจอปัญหานี้นะคะ เราโหลดแอพพลิเคชั่นเพื่อการศึกษาไว้ให้เด็กๆแล้ว เวลาเขามาขอใช้เราก็พยายามเปิดแต่แอพที่เป็นประโยชน์ให้ใช้ แต่เด็กๆสามารถที่จะไปที่ปุ่มโฮมและสามารถค้นหาเกมส์ได้อย่างรวดเร็ว แม้ว่าบางทีเราจะซ่อนไว้ในแฟ้ม (folder) อื่นๆแล้วก็ตาม

แต่….เรามีตัวช่วยให้เด็กอยู่เฉพาะในแอพพลิเคชั่นที่เราจะให้เขาใช้เท่านั้น นอกจากนี้เรายังสามารถกำหนดเวลาใช้ได้ด้วยนะคะ

ในไอแพดและไอโฟนจะมีฟังก์ชันที่เรียกว่า “การช่วยการเข้าถึง” (Accessibility) ที่การตั้งค่า (Settings) จากปุ่ม “ทั่วไป” (General) นะคะ จากการตั้งค่านี้เราสามารถให้เด็กอยู่ในแอพที่เราเลือก และไม่สามารถออกไปได้นะคะ เป็นปุ่มที่ครูและ therapists ทุกคนชอบมากถึงมากที่สุดค่ะ ตามรูปนี้นะคะ

 

 

จากนั้นเวลาเราเข้าไปที่ “การช่วยการเข้าถึง” (Accessibility) จะมีฟังก์ชั่น “การเรียนรู้” นั่นคือ “การใช้งานเครื่องตามที่กำหนด” (Guided Access) ให้นะคะ เราเลือกอันนี้เลยค่ะ

 

 

เมื่อเราเปิด”การใช้งานเครื่องตามที่กำหนด” (Guided Access) แล้วเราจะสามารถตั้งพาสเวิร์ด ตั้งเวลาที่จะให้เด็กๆใช้ และมีทางลัดเพื่อเปิดปิด Guided Access โดยกดปุ่มโฮมสามครั้งค่ะ

เวลาใช้เราก็เปิดแอพพลิเคชั่นที่จะให้เด็กใช้ แล้วกดปุ่มโฮม 3 ครั้งเพื่อให้แอพนั้นๆอยู่ในโหมด Guided Access ค่ะ

เมื่อเราเปิด Guided Access ในแอพแล้ว เราจะสามารถเลือก:

1. การจำกัดเวลาในการใช้แอพพลิเคชั่นค่ะ จากรูปนี้ได้ตั้งไว้ 5 นาที เมื่อครบกำหนดเวลาแล้วแอพกับไอแพดก็จะปิดหน้าจอไปค่ะ

2. บางแอพจะมีการให้ซื้อเพิ่มเติม หรือเปลี่ยนค่า (settings) ภายในแอพได้ ใน Guided Access นี้ก็จะมี “Touch” หรือ “วงบริเวณพื้นที่บนหน้าจอซึ่งคุณไม่ต้องการที่จะให้ใช้งาน” จะสังเกตได้ว่าตรงรูปดินสอด้านขวาล่างของแอพได้ถูกวงไว้และกลายเป็นสีเทาแล้วนะคะ

 

สิ่งที่สำคัญในการช่วยให้เด็กๆเรียนรู้ว่าเทคโนโลยีถูกสร้างมาเพื่อใช้ประโยชน์ ไม่ใช่สิ่งเสพติด หรือเล่นสนุกไปวันๆผู้ปกครองช่วยได้โดยการกำหนดเวลา การมีวินัยกับการใช้เทคโนโลยี และที่สำคัญ เวลาที่เราใช้เทคโนโลยีต่อหน้าเด็กๆ เราใช้ทำอะไรกันบ้างคะ “เล่นไลน์” “เล่นเฟส” หรือ ใช้ทำงานและศึกษาหาข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญ และกลุ่มเพื่อนร่วมงาน

แต่สิ่งที่สำคัญคือ ถ้าเด็กของเราใช้ไอแพดเพื่อเป็นการสื่อสารทางเลือก เด็กควรจะได้มีโอกาสใช้ในทุกเวลาและทุกสถานการณ์นะคะ เหมือนทุกๆคนที่อยากจะพูดเมื่อไหร่เราก็มีโอกาสพูดได้ค่ะ

เด็กๆเรียนรู้และทำตามสิ่งผู้ใหญ่เป็นนะคะ ใช้เทคโนโลยีให้ถูกทาง เราก็เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดและเด็กๆก็จะรู้คุณค่าของเทคโนโลยีค่ะ

การสื่อสารทางเลือก ความจริง และความเชื่อในตำนาน

โดย: นิษฐา อึ้งสุประเสริฐ, Certified Practising Speech Pathologist, 
     MSPA

 

เราควรเริ่มใช้การสื่อสารทางเลือกเมื่อไหร่?

เด็กควรจะโตก่อนจะได้ไม่ติดเกมส์ ถ้าใช้เร็วเกินไปเด็กก็ไม่ต้องฝึกพูดเลย ไม่ดีหรอก

คำตอบข้างต้นเป็น คำกล่าวในตำนาน มายาคติที่ปัจจุบันงานวิจัยใหม่ๆได้พิสูจน์แล้วว่าไม่จริงทั้งหมดทั้งสิ้น

เพราะอะไร? ไอแพดคือไอแพด แทบเบลทก็เป็นเกมส์ เด็กคนไหนได้ก็ติดทั้งนั้น ผู้ใหญ่ยังติดเล่นเกมส์เลย

ใช่ค่ะ แต่ถ้าผู้ใหญ่ใส่แค่โปรแกรมการสื่อสารล่ะคะ เด็กทั่วๆไปเริ่มพูดตั้งแต่ 12-24 เดือน แล้วเด็กที่พูดได้ยากไม่ว่าจะด้วยข้อวินิจฉัยใดก็ตามก็ควรได้รับสิทธิ์ในการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพเท่าเทียมกัน แล้วการใช้ไอแพดเพื่อการสื่อสารเท่านั้น เป็นไปได้ค่ะ ถ้าเด็กจะเรียนรู้ที่จะใช้การพูดเป็นวิธีหลักในการสื่อสาร การทึ่เขาได้ยินคำซ้ำๆจากแอพพลิเคชันเพื่อพัฒนาการสื่อสารก็ยิ่งจะทำให้เขาเรียนรู้ที่จะพูดได้เร็วขึ้นมาให้โอกาสเด็กๆนะคะ ยิ่งสอนช้าก็ยิ่งสื่อสาร/พูดได้ช้าลง พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ก็อาจจะมีเพิ่มขึ้น เมื่อการเด็กไม่มีการสื่อสารอย่างมีประสิทธิภาพนะคะ

AAC ยิ่งเร็ว ยิ่งดี การพัฒนาการสื่อสารจะนำไปสู่ความพร้อมในการเรียนรู้ค่ะ เราจะเรียนเข้าใจก็ต่อเมื่อเราสามารถสื่อสารได้ค่ะ AAC คือ Early Intervention ที่สำคัญอย่างหนึ่งนะคะ